Sport News

รู้จัก ลูเซียง ฟาฟร์ เส้นทางจากสวิตสู่เยอรมัน

ปัจจุบัน ลูเซียง ฟาฟร์ วัย 63 ปี (2 พฤศจิกายน 1957) โดยเขาเริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่ยังเด็กโดยเป็นเด็กฝึกของ เอฟซี อูนเลน ตั้งแต่ปี 1967-1971 ก่อนปีถัดมาจะไปอยู่กับอีกหนึ่งศูนย์เพาะพันธุ์นักฟุตบอลที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของแดนนาฬิกาในยุคนั้นอย่าง โลซาน สปอร์ต ก่อนจะถูกดันขึ้นสู่ชุดใหญ่ในปี 1976 เส้นทางความสำเร็วของ ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ตัวรักและยังสามารถเล่นมิดฟิลด์เกมรับได้

หลังอยู่กับ โลซาน สปอร์ต ได้ 3 ปี (30 นัด) ก็ย้ายไปเซ็นสัญญากับ เนซาแตล ซามักซ์ ทีมร่วมลีกสูงสุดของสวิตเซอร์แลนด์และที่นี่เองทำให้ ฟาฟร์ สามารถโชว์ฟอร์มงัดฟอร์มการเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม(51 นัด 14 ประตู) แฮรี่ แมคไกว์ กับผลงานทีมชาติ ศึกยูโร 2020

หลังจากอยู่กับ เนซาแตล ซามักซ์ 3 ฤดูกาล ก็ถูก แซร์แว็ต ยอดทีมแห่งสวิตเซอร์แลนด์ยุค 70 ดึงตัวไปร่วมทัพซึ่งตอนนั้นมี ปีเตอร์ ปาสมานดี กุนซือชาวฮังการีคุมทัพอยู่และเป็นอีกที่ ที่ ฟาฟร์ สามารถระเบิดฟอร์มการเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม โดย 3 ฤดูกาลยิงไปถึง 28 จาก 59 นัด จนคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของสวิตเซอร์แลนด์ในปี 1982

กราฟชีวิตของ ลูเซียง ฟาฟร์ ดูเหมือนพุ่งสุดขีดก่อนจะออกจากแดนนาฬิกาและย้ายมาค้าแข้งกับ ตูลูส ในลีกเอิงฝรั่งเศสโดยเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวของมิดฟิลด์ทีมชาติสวิสเซอร์แลนด์ ที่ได้ย้ายมาเล่นในต่างแดนแต่เขาก็สามารถรักษาฟอร์มเด่นโดนที่แดนน้ำหอมเขาสามารถทำได้ 7 ประตูกับการลงเล่น 35 นัด ถือว่าใช้ได้กับการผจญภัยในครั้งนี้และฤดูกาลถัดมาก็ย้ายกลับรังเก่าอย่าง แซร์แว็ต จนแขวนสตั๊ดในปี 1991

เส้นทางการเป็นกุนซือที่ไม่ง่ายของ ลู

เซียง ฟาฟร์

หลังจากแขวนสตั๊ดไป 2 ปี ฟาฟร์ ก็หันไปจับงานกุนซือครั้งแรกกับ เออซาล็อง ทีมในลีกรองของสวิตเซอร์แลนด์(ทีมเยาวชน)อยู่มา 2 ปีเศษ ก่อนถูกดันขึ้นเป็นกุนซือใหญ่ของทีมอย่างไรก็ตามการขึ้นสู่การนั่งกุมบังเหียนของเขานั้นไม่ได้ราบรื่นสักเท่าไหร่วนเวียนอยู่กลางตารางเกือบตกชั้นตลอดระยะคุมทีมก่อนโบกมือลาในที่สุด

เมื่อรู้ว่าฝีนมือของเขายังไม่คู่ควรกับการเป็นกุนซือใหญ่เขาก็ได้เริ่มงานใหม่กับอดีตต้นสังกัดอย่าง เนซาแตล ซามักซ์ ในการดูแลทีมเยาวชนหลังศึกษาเรียนรู้ได้ 2 ปี เขาก็ออกผจญภัยกับการคุมทีมเล็กๆอย่าง ฮานเวอดอน สปอร์ต ในลีกรองของประเทศ(1997-2000)และสร้างทีมในรูปแบบที่เขาต้องการรีดศักยภาพเยาวชนจนระเบิดฟอร์ม ในที่สุดในปี 1999 ฟาฟร์ก็พาทีมขึ้นไปเล่นในลีกสูงสุดได้แบบน่าทึ่งและจบอันดับ 5 ในการลงเล่นในฤดูกาลแรก(อันดับดีที่สุดของสโมสรจนถึงปัจจุบัน)

จากทีมเล็กสู่ทีมใหญ่

หลังจากสร้างชื่อกับ ฮานเวอดอน สปอร์ต ในปี 2000 ฟาฟร์ตัดสินใจเข้ารับเป็นกุนซือกับอดีตต้นสังกัดที่สร้างชื่อให้แก่เขาอย่าง แซร์แว็ต และก็สร้างประวัติศาสตร์ให้แก่ตัวเองทันที่โดยการพาทีมถล่ม เนซาแตล ซามักซ์ 5-2 คว้าแชมป์ สวิตคัพ ถือเป็นถ้วยแชมป์ใบแรกในฐานะกุนซือ

จากนั้นกราฟชีวิตของ ลูเซียง ฟาฟร์ ก็พุ่งสุดขีดกับการย้ายไปคุมยอดทีอย่าง เอฟซี ซูริค ก่อนจะสร้างเกียรติประวัติให้แก่ตนเองในการพาทีมคว้าแชมป์ลีก 2 สมัย แชมป์ สวิตคัพ 1 สมัย ตลอดระยะเวลา 4 ปี

เกมรุกที่ดุจดังมัจจุราชในบุนเดสลีก้า

ลูเซียง ฟาฟร์ ขึ้นชื่อในการทำฟุตบอลระบบเกมรุกหลังจากโบกมือลา เอฟซี ซูริค เขาก็บินตรงมารับงานกับ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ในปี 2007 ในเวทีบุนเดสลีก้าที่ใหญ่ขึ้นก่อนจะย้ายไปคุม โบรุสเซีย กลัดบัค (2011-2015) พร้อมกับปั้นดาวรุ่งหลายรายขึ้นสู่ทีมและเป็นแกนหลักจนถึงตอนปัจจุบัน

โดยในปี 2016 ไปชิมลางกับ นีซ ในฝรั่งเศส 2 ปี และกลับมาสร้างชื่อให้เป็นที่รู้จักกว่าเดิมกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนท์ ผู้พลิกโฉมทีมเสือเหลืองให้ขับเคลื่อนไปด้วยขุนพลนักเตะพลังหนุ่มและเกมรุกดังมัจจุราชพร้อมพาทีมคว้าแชมป์ซูเปอร์คัพในปี 2019 ตลอดระยะการคุมทีม โดยระหว่างคุมทีมนั้นเขาถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในเฮดโค้ชที่ยอมรับว่าจากปากต่อปากว่า “ปวดหัวทุกครั้งเมื่อเจอเกมรุกของฟาฟร์” นิโก้ โควัช อดีตตกุนซือบาเยิร์น มิวนิค

เซลติก ทีมดังจากเมืองกลาสโกว์

Previous article

บทสรุปพรีเมียร์ลีก 2020/21 ท็อป 5 สิงห์เกมเหย้าและเสือเกมเยือน

Next article

You may also like

Comments are closed.